‘วิปสนช.’ถก กม.ลูก’กกต.-พรรคฯ’ 21 เม.ย.นี้ ปัดมีธง ยันเสร็จทันตามเวลา 60 วัน

เมื่อวันที่ 17 เมษายน พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า หลังจากที่ สนช.ได้รับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จาก กรธ.แล้ว จะนำเข้าสู่การประชุมของวิป สนช. ในช่วงบ่ายวันที่ 18 เมษายนทันที เพื่อพิจารณากรอบเวลาการทำงานและทำให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน โดยแนวทางเบื้องต้นที่วิป สนช.ได้หารือ คือ เมื่อได้รับร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว จะนำบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนช.ในวันที่ 21 เมษายน และให้สมาชิกพิจารณาในวาระแรก จากนั้นจะตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แต่ละฉบับ โดยกำหนดให้มีสัดส่วนที่เป็นตัวแทนจาก กรธ. ร่วมเป็น กมธ.ด้วย สำหรับเวลาที่ต้องปรับแก้ไข ปรับปรุงรายละเอียดนั้นได้กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน โดยระหว่างนี้ สนช.จะจัดสัมมนานอกสถานที่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้เพื่อให้สมาชิก สนช.พิจารณาและนำเสนอความเห็น และเมื่อกระบวนการดังกล่าวเสร็จจะเข้าสู่วาระ 2 และ 3 ต่อไป ดังนั้น ระยะเวลาที่ สนช.พิจารณาจะไม่เกินกรอบเวลาที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

ด้านนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และในฐานะรองประธานกรรมการพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สนช. กล่าวว่า บรรยากาศขณะนี้ในเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กกต.ยังไม่มีการฟันธงว่าจะแก้ไขหรือไม่แก้ไข ในสิ่งที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนมา แต่ในการพูดคุยกันนอกรอบมีการพูดถึงเรื่อง กกต.จังหวัดเดิม ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง รวมถึงเรื่องการให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่ กรธ.เขียนขึ้นมาใหม่ มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ขั้นตอนในตอนนี้ได้แต่ศึกษาและประมวลความคิดเห็นเท่านั้น หากฟังธงไปทางใดทางหนึ่ง คงจะล้ำหน้าเกินไป อาจถูกครหาว่ามีธงมาแล้วได้ เพราะเรายังไม่เห็นร่างกฎหมายลูกตัวจริงของ กรธ.อย่างเป็นทางการ เห็นแต่ร่างคร่าวๆ ผ่านสื่อเท่านั้น ซึ่งไม่แน่ว่าร่างกฎหมายลูกตัวจริงที่จะเปิดเผยออกมาอาจไม่เหมือนที่ลงตามสื่อก็ได้ ดังนั้น ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดจนกว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาอย่างเป็นทางการ หลังจากรับร่างกฎหมายจาก กรธ.แล้ว

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2017/04/17/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%8a-%e0%b8%96%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%a1-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%95-%e0%b8%9e%e0%b8%a3/

บิ๊กตร.เตือน เลี่ยงแสดงสัญลักษณ์ลานพระรูป ย้อนถามคนแจ้งหมุดคณะราษฎรหาย มรดกของใคร(คลิป)

จากกรณีนายพริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ อายุ 30 ปี หลานชายหลวงเสรีเริงฤทธิ์ พร้อมด้วย น.ส.ภัคจิรา กีรติวิบูลย์วงศ์ อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปี 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น.ส.สุทธิดา วัฒนสิงห์ อายุ 21 ปี นิสิตชั้นปี 3 คณะมนุษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายคุณภัทร คะชะนา อายุ 22 ปี นิสิตช้นปี4 มหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดุสิต เพื่อเป็นหลักฐานและให้ช่วยติดตามหมุดคณะราษฎร สัญลักษณ์เหตุการณ์อภิวัฒน์สยาม 2475 ที่อยู่บริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้าที่หายไปเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมานั้น


ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่สน.ดุสิต พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีการหายไปของหมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า หลังมีผู้มาลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.ดุสิตเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ว่า ผู้มาเเจ้งความหมุดดังกล่าวนั้น ถามเป็นทรัพย์มรดกของตนเองหรือเป็นทรัพย์สินของบุคคลใด และเป็นผู้เสียหายหรือไม่จึงเข้ามาเเจ้งความร้องทุกข์ หากยืนยันว่าเป็นทรัพย์มรดกตนเองจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมดำเนินการให้ ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ของตนเองหรือไม่ จึงนำหมุดดังกล่าวไปวางไว้ ความจริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อะไรจึงนำของส่วนตัวไปวางไว้ อย่างไรก็ตามฝากเตือนกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องนี้ ให้เลี่ยงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในบริเวณพื้นที่ลานพระราชวังดุสิต เพราะอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะได้

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2017/04/17/%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%aa/

‘วัฒนา’ ตอบคำถาม หมุดคณะราษฎรถือเป็นโบราณวัตถุ ผู้เสียหายคือคนไทยทุกคน


เมื่อวันที่ 17 เมษายน  นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีหมุดคณะราษฎร หัวข้อ “หมุดที่หายเป็นสมบัติของชาติ” ระบุว่า

“ผมรู้สึกสังเวชในพฤติกรรมของรอง ผบ. ตร. ท่านหนึ่ง ที่ออกมาถามนิสิตนักศึกษาที่ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ดุสิต เพื่อให้ช่วยติดตามหมุดของคณะราษฎรที่หายไปว่าเป็นผู้เสียหายหรือไม่ ผมขอตอบคำถามแทนคนไทยเพื่อเป็นวิทยาทานว่า หมุดของคณะราษฎรเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณที่ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือเป็นสัญลักษณ์ของการอภิวัฒน์สยามเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 จึงถือเป็น “โบราณวัตถุ” ตามมาตรา 1 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 หมุดดังกล่าวจึงถือเป็นสมบัติของชาติ

“การที่หมุดของคณะราษฎรสูญหายไป ผู้ที่เก็บหรือเบียดบังเอาไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ถือเป็นความผิดตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่คนไทยทุกคนย่อมเป็นผู้เสียหายที่จะแจ้งความดำเนินคดีได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจะขอบคุณนิสิตนักศึกษาที่ใส่ใจติดตามเอาสมบัติของชาติกลับคืนมา ส่วนรัฐบาลที่กินเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชนต่างหากที่สมควรถูกประณาม ทั้งนี้เพราะสมบัติของชาติฝังอยู่กับพื้นบริเวณเขตพระราชฐาน แวดล้อมด้วยสถานที่ราชการด้านความมั่นคงทั้งสิ้น แต่กลับไม่มีปัญญารักษาไว้ได้ พอสูญหายไปแทนที่จะแสดงความรับผิดชอบกลับบ่ายเบี่ยง แล้วจะเอาปัญญาอะไรมาปกป้องชาติ แบบนี้โบราณเรียกเลี้ยงไว้เสียข้าวสุก”

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2017/04/17/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0/

Older posts «

Fetch more items