“มาร์ค” ข้องใจกรรมการปรองดองมีแต่ทหาร เผยหากเชิญให้ความเห็นก็ยินดี

 

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ ที่ส่วนใหญ่เป็นทหาร โดยไม่มีกลุ่มที่มีความขัดแย้งเข้าไปเป็นกรรมการ ว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลในการแต่งตั้ง ซึ่งเขาก็ต้องเอาคนของเขาเข้าไปเป็นกรรมการอยู่แล้ว เขาคงไม่เอานักการเมืองไปนั่งเป็นกรรมการ และตนก็ไม่ทราบความคิดของเขาว่าทำไมคณะกรรมการชุดดังกล่าวต้องเป็นทหาร ส่วนเรื่องที่จะเชิญพรรคการเมืองไปแสดงความเห็นนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญมาไม่ว่าจะเป็นด้วยวาจาหรือหนังสือเชิญ แต่หากมีการเชิญมาพรรคก็ยินดีให้ความร่วมมือ และยินดีให้ความคิดเห็นเรื่องการสร้างความปรองดอง

 

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2017/01/19/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3/

09.00 INDEX เพื่อไทย นปช. ประชาธิปัตย์ กปปส. สร้างดาวคนละดวง กรณี”ปรองดอง”

อินเด็กซ์

ท่าทีของ 1 พรรคเพื่อไทย และ 1 นปช. อันเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับพรรคเพื่อไทย ต่อบรรยากาศ “ปรองดอง”

เป็น “จุดตัด” สำคัญในทาง “การเมือง”

เป็นท่าทีที่แตกต่างในเชิงเปรียบเทียบเป็นอย่างสูงกับ 1 พรรค ประชาธิปัตย์ และ 1 กปปส.อันเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับพรรคประชาธิปัตย์

เป็นความแตกต่างในเชิง “ปริมาณ”

หากมองผ่านกระบวนการในทาง “ยุทธศาสตร์” แทบมองไม่เห็นความแตกต่าง

หากมองผ่านกระบวนการในทาง “ยุทธวิธี” จะสัมผัสได้

สัมผัสได้ต่อปริมาณในความไม่ไว้วางใจนั้นดำรงอยู่ในปีกของ พรรคประชาธิปัตย์และกปปส.มากกว่า

ตรงกันข้าม พรรคเพื่อไทย นปช.ให้ “โอกาส”

ตรงกันข้าม พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. มากด้วยเงื่อนไขมากด้วยความรู้สึก

“ปริมาณ”ที่ว่านั้นดำรงอยู่อย่างไร

ทำไมจึงลงความเห็นว่า ความโน้มเอียงของ พรรคเพื่อไทยและนปช.เป็นไปในด้านให้ “โอกาส”

ปัจจัยนี้จะตัดสินอย่างไร จากใคร

หากติดตามบทบาทของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายนพดล ปัทมะ นายสามารถ แก้วมีชัย นายภูมิธรรม เวชยชัย

ก็จะประจักษ์ว่า “เดิน” ไปในทางเดียวกัน

เมื่อนำไปวางเรียงเคียงกับบทบาท นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ยิ่งเด่นชัด

ยืนยัน พรรคเพื่อไทย นปช. เปิดกว้างและให้ “โอกาส”

ให้โอกาสโดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้แสดงบทบาทเต็มที่

ไม่มีการตั้งแง่ ไม่มีการตั้งเงื่อนไข

ตรงนี้ย่อมตรงกันข้ามกับท่าทีอันมาจาก พรรคประชาธิปัตย์ และกปปส.

หากมองพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องมอง นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ก็ต้องมอง นายวิรัตน์ กัลยาศิริ

หากมองกปปส.ก็ต้องมอง

1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ 1 นายถาวร เสนเนียม ที่ยืนหยัดต่อสู้มาด้วยกัน

เด่นชัดว่า พรรคประชาธิปัตย์ “กังขา”

เด่นชัดว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ นายถาวร เสนเนียม เป็นปี่เป็นขลุ่ยกันในเรื่อง “เอ็มโอยู”

ความแตกต่างระหว่าง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ น่าคิด

ความแตกต่างระหว่าง นปช. กปปส. น่าคิด และน่าศึกษาอย่างเป็นพิเศษ

เพราะต่างสร้างดาวกันคนละดวง

เพราะต่างมอง “ปรองดอง” ด้วยสายตา “แตกต่าง” กัน

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2017/01/19/09-00-index-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%8a-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b1/

“พิชัย” แนะ “บิ๊กตู่” ดูตัวอย่างโรดแมปเศรษฐกิจใหม่สิงคโปร์ ต่างลิบลับกับแนวคิดยุทธศาสตร์ 20 ปีของไทย ห่วงหนี้เสียพุ่ง

“พิชัย” แนะ “บิ๊กตู่” ดูตัวอย่างโรดแมปเศรษฐกิจใหม่สิงคโปร์ ต่างลิบลับกับแนวคิดยุทธศาสตร์ 20 ปีของไทย ห่วงหนี้เสียพุ่ง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ศึกษาแนวคิดโรดแมปเศรษฐกิจใหม่ของประเทศสิงคโปร์ ที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายลีเซียนลุง กำลังจะจัดทำขึ้น โดยมีแนวคิดว่าประเทศสิงคโปร์ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยี และทำอย่างไรให้สิงคโปร์ที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ ซึ่งต่างกันกับแนวคิดที่จะทำยุทธศาสตร์ 20 ปีของไทยอย่างลิบลับ โดยพลเอกประยุทธน่าจะนำมาพิจารณาปรับยุทธศาสตร์ของไทยให้เข้ากับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งนี้สิงคโปร์มีรายได้ต่อหัวของประชากรสูงกว่าไทยกว่า 10 เท่า ทั้งๆที่เป็นประเทศที่แยกตัวออกมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อ 50 กว่าปีก่อน ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจสิงคโปร์อยู่ในสภาพย่ำแย่ แต่สามารถพัฒนาจนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยปัจจุบันเนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวเศรษฐกิจต่ำมาหลายปีหลังการรัฐประหารทำให้ปัญหาหนี้เสียของระบบธนาคารและระบบการเงินเริ่มมากขึ้นเหมือนที่ตนได้เคยเตือนไว้แล้ว โดยการที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ออกตั๋วบีอี แต่ไม่สามารถชำระหนี้ตั๋วบีอีได้ ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของหนี้เสียที่เริ่มขยายตัวมากขึ้นลุกลามเข้าสู่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาลุกลามทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเพิ่มขึ้นไปอีก จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและรักษาความเชื่อมั่นให้ได้ ไม่เช่นนั้นปัญหาเศรษฐกิจอาจจะยิ่งลุกลามมากขึ้น โดยหากเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวต่ำเพราะปัจจัยสภาวะการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ ปัญหาหนี้เสียจะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจยิ่งทรุดลง และความเชื่อมั่นจะยิ่งลดลง ประชาชนจะยิ่งลำบากมากขึ้น

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2017/01/19/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%88-%e0%b8%94%e0%b8%b9/

Older posts «

Fetch more items