Time in Bangkok

ไอ้พระสุเทพ’ เบิกความคดีฮิโรยูกิฯ 10 เมษา ไล่ Timeline ระบุออกคำสั่งให้ จนท.ใช้อาวุธป้องกันตนเองหลังชุดดำโจมตี

 

 

 ‘ฮิโรยูกิ-วสันต์-ทศชัย’

วานนี้ (19 ธ.ค. 2553) ศาลอาญากรุงเทพใต้มีนัดสืบพยาน สุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพปภากโรพยานปากสุดท้ายของไต่สวนชันสูตรพลิกศพของฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ ชาวญี่ปุ่น ผู้ตายที่ 1 วสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ตายที่ 2 และทศชัย เมฆงามฟ้า ผู้ชุมนุม นปช. ผู้ตายที่ 3 จากการถูกยิงเสียชีวิตในคืนวันที่ 10 เม.ย. 2553 จากปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุม นปช. ของทหารบนถนนดินสอ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา โดยเป็นการสืบผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

พระสุเทพ เบิกความว่าเมื่อปี 2553 ขณะนั้นตนได้ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ตนได้เท้าความไปก่อนเกิดการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ในช่วงมี.ค.-พ.ค. ปี 2553 ว่า ตั้งแต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการลงมติเลือกของสภาผู้แทนราษฎร ใน 15 ธ.ค. 2551 ก็ถูกกลุ่ม นปช. ประท้วงต่อต้าน ซึ่งได้ก่อเหตุรุนแรงถึงขั้นปิดล้อมรัฐสภาและต่อมา 10-12 เม.ย. ปี 2552 ก็มีการไปชุมนุมปิดล้อม โรงแรมรอยัลคลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมอาเซียนซัมมิทจนต้องยกเลิกการประชุมไป

จากนั้น นปช.ยังได้ยึดกรุงเทพมหานครโดยการปิดถนนตามแยกต่างๆ และก่อเหตุเอารถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ มาเผา รัฐบาลจึงต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งในวันที่ประกาศ กลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ยังได้เข้าปิดล้อมกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นสถานที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้พยายามเข้าทำร้ายตนและอภิสิทธิ์ แต่เนื่องจากอยู่ในรถประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นรถกันกระสุนจึงไม่ได้รับอันตราย แต่ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม รองเลาขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายก รัฐมนตรีและผู้ชุมนุมยังได้ยึดอาวุธไปและนำไปแสดงบนเวที นปช. ที่ข้างทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย

รัฐบาลจึงได้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าคลี่คลายสถานการณ์จน นปช. ยอมยกเลิกการชุมนุมและส่งผู้ชุมนุมกลับภูมิลำเนาในวันที่ 14 เม.ย. 2552 โดยในเหตุการณ์ไม่ได้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต แต่มีชาวบ้านในชุมชนนางเลิ้งเสียชีวิต 2 รายจากการถูกอาวุธปืนยิงโดยผู้ชุมนุม นปช. หลังจากนั้นแกนนำได้ประกาศให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ารัฐบบาลได้สั่งฆ่าประชาชน เสียชีวิตหลายร้อยคนแล้วทหารนำศพไปทิ้งและซ่อนไว้เพื่อสร้างความเกลียดชัง ต่อรัฐบาล และมีการปลุกระดมต่างๆ ผ่านทางโทรทัศน์ดาวเทียมและวิทยุชุมชน

ต่อมาในปี 2553 วันที่ 26 ก.พ. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินยึดทรัพย์อดีตนายก รัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร แกนนำกลุุ่ม นปช. ก็ได้ประกาศชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ทันที โดยในระหว่างวันที่ 9-11 มี.ค. ได้ประกาศระดมพลทางภาคเหนือและอีสานให้นำรถที่ใช้ในการเกษตรเข้ามาปิดล้อม กรุงเทพฯ

พระสุเทพเบิกความว่า ได้เสนอนายกรัฐมนตรีให้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ และให้ประกาศใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติในวันที่ 9 มี.ค. เห็นชอบให้ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคง ภายใน ในพื้นที่กรุงเทพฯ บางอำเภอของนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม ฉะเชิงเทรา อยุธยา และให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)รับผิดชอบ ป้องกัน ระงับยับยั้งเหตุร้าย โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ผอ.ศอ. รส.) โดยได้ออกประกาศและข้อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตาม พรบ.ความมั่นคง บังคับใช้เป็นห้วงเวลา 4 ห้วงเวลา ห้วงแรก 11-23 มี.ค. ห้วงที่สอง 24-30 มี.ค. ห้วงที่สาม 31 มี.ค. – 7 เม.ย. ห้วงที่สี่ 8 – 20 เม.ย. โดย ศอ.รส.ได้ประกาศว่าการปฏิบัติจะเป็นไปตามกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และเป็นไปตามหลักสากล ควบคุมการชุมนุมจากเบาไปหาหนัก

ช่วงดังกล่าว นปช. ได้มีการก่อเหตุร้ายแรงขนานไปกับการตั้งเวทีปราศรัย ในวันที่ 15 มี.ค. มีการยกกำลังไปที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และยิงเอ็ม 79 เข้าไป ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย วันที่ 16 มี.ค. ไปเทเลือดที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และวันเดียวกันได้มีการยิงเอ้ม 79 ยิงบ้านประชาชนที่ซอยลาดพร้าวซึ่งสันนิษฐานว่าตั้งใจยิงบ้านของอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด

20 มี.ค. มีการขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และยิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหมแต่ภายหลังได้ตามจับกุมตัวได้โดยได้ สารภาพว่าถูกจ้างมาให้ยิงใส่วัดพระแก้ว 23 มี.ค. รัฐบาลได้จัดประชุม ครม.กันที่กระทรวงสาธารณสุข นปช. ได้ยิงเอ็ม 79 ใส่ 2 นัด

26 มี.ค. มีการขว้างระเบิดเอ็ม 67 เข้าไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด 27 มี.ค. มีการยิงปืนเอเค-47 ใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาดอกคำใต้ จ.พะเยา, ขว้างระเบิดเอ็ม67 ใส่สถานีโทรศัน์ช่อง 5 พญาไท และ เอ็ม 79 ใส่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน 28 มี.ค. ยิงเอ็ม 79 เข้าไปที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศอ.รส.เป็นจำนวน 2 นัด ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย และมีการขว้างระเบิด ชเอ็ม 67 เข้าไปที่บ้นของบรรหาร ศิลปอาชา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน

ซึ่งรัฐบาลก็ได้พยายามใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา มีการจัดเจรจาระหว่างแกนนำผู้ชุมนุมประกอบด้วย วีระ มุสิกพงษ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ และเหวง โตจิราการ กับฝ่ายรัฐบาลซึ่งมีอภิสิธิ์เป็นหัวหน้าคณะเจรจา โดยการเจรจาครั้งนี้ได้ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั้ง 2 วัน แต่เห็นได้ชัดว่าแกนนำผู้ชุมนุมที่เข้าร่วมการเจรจาไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ต้องรอให้ทักษิณออกคำสั่งจึงทำให้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ ภายหลังการเจรจาทาง นปช. ก็ได้ก่อเหตุรุนแรงต่อไปเช่นตัวอย่างที่ได้กล่าวไป

จนกระทั่งวันที่ 7 เม.ย. นปช. นำโดยอริสมันต์ พงษ์เรืองรองได้บุกไปที่รัฐสภาซึ่งกำลังมีการประชุมอยู่ และพังประตูรัฐสภาเข้าไปตามล่าจับกุมตัวตนและอภิสิทธิ์ ทำร้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีและยึดอาวุธทั้งปืนพก 9 มม. และเอ็ม 16 ไป ทำให้การประชุมต้องยกเลิก และตนต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีออกไป

จากเหตุการดังกล่าวในตอนค่ำวันเดียวกันโดยความเห็นชอบของ ครม. นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ และบางอำเภอในจังหวัดดังต่อไปนี้ได้แก่ นนทบุรี, สมุทรปราการ ปทุมธานี, นครปฐม และอยุธยา ซึ่งรัฐบาลก็ได้ประกาศชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องประกาศสถานการณ์ฉุก เฉินฯ

หลังจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ได้ตั้ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) โดยนายกฯได้แต่งตั้งให้ตนเป็น ผอ.ศอฉ. และเป็นหัวหน้าควบคุมปฏิบัติการ และออกประกาศการโอนอำนาจของรัฐมนตรีให้นายกฯ และให้ตนใช้อำนาจตามประกาศนี้แทนนายกรัฐมนตรีและได้ออกข้อห้ามตามความในพระ ราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หลายข้อ เช่น ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน หรือยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ห้ามนำเสนอข่าวที่จะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเข้าใจผิด ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี, ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือห้ามเข้าหรือใช้อาคาร และให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการจับกุมตัวผู้กระทำความผิด

ศอฉ. ดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการ โดยมีทั้งหมด 27 คน ประกอบด้วยหัวหน้างานส่วนราชการต่างๆ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ พนักงานอัยการสูงสุด กฤษฎีกา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ปลัดกระทรวงต่างๆ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทั้งสามเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ในฐานะผอ.ศอฉ.และผู้กำกับการปฏิบัติการได้ออกคำสั่งปฏิบัติการ ฉบับที่ 1/2553 ศอฉ. ลงวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับวิธีการใช้กำลังควบคุมฝูงชนและได้กำหนดวิธีการเอา ไว้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติในการใช้กำลังทางกายภาพโดยได้จัด ทำภาคผนวก ค. ว่าด้วกฎการใช้กำลังประกอบคำสั่ง 1/2553 เป็นการเฉพาะ

จากนั้นก็ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยสันติวิธี มีการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเจรจากับแกนนำเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนใน การใช้รถใช้ถนนของประชาชน เมื่อฝ่าย นปช. ได้ขยายพื้นที่การชุมนุมจากเดิมที่ตั้งเวทีที่สะพานผ่านฟ้าตั้งแต่ 14 มี.ค. เป็นต้นมาจนถึง 3 เม.ย. ได้ไปตั้งเวทีใหม่ที่แยกราชประสงค์อีกที่หนึ่งจึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรใน กรุงเทพฯ อย่างมาก

พระสุเทพ เบิความด้วยว่า ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอให้พิจารณามีคำสั่งให้ณัฐวุฒิและจตุพรซึ่งเป็นแกน นำยกเลิกการกระทำที่ทำให้ประชาชนกรงุเทพฯเดือดร้อน ซึ่งศาลแพ่งก็ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่าการชุมนุมของ นปช. ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐบาลสามารถบังคับใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีคำสั่งออกมาดังกล่าวแต่ นปช. ก็ยังไม่ยกเลิกการชุมนุมควบคู่ไปกับการก่อเหตุร้ายต่อไป

ในวันที่ 9 เม.ย. ศอฉ. ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ของศอฉ. ซึ่งประกอบด้วยตำรวจและทหารไปยังสถานีดาวเทียมไทยคมที่ลาดปลาเค้า เนื่องจากต้องการระงับการส่งสัญญาณการถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์ People Channel หรือ PTV ศอฉ.ได้มีคำสั่งให้ระงับการออกอากาศแล้ว แต่กลุ่ม นปช. ได้ระดมคนไปกดดันบังคับให้สถานีดาวเทียมไทยคมเชื่อมต่อสัญญาณออกอากาศใหม่ ทางศอฉ. จึงจำเป็นต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมรักษาความปลอดภัยของสถานีดาว เทียมและเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามประกาศของ ศอฉ. ซึ่งเป็นการรักษาไว้ซึ่งอำนาจนิติรัฐ

ปรากฎว่าตั้งแต่ 10.00 น. นปช.เกือบ 20,000 คน นำโดยณัฐวุฒิ ได้บุกไปที่ไทยคม 2 ไล่ทุบตีทำร้ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ ยอมถอนกำลังออกจากสถานีดาวเทียม โดยเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บเป็นจำนวนมากและได้ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ไป จำนวนหนึ่งด้วยและต่อสัญญาณ PTV ใหม่ ซึ่งได้ทำระหว่างที่มีการทำร้ายและยึดอาวุธเจ้าหน้าที่

ต่อมาในวันที่ 10 เม.ย. ศอฉ.ได้สั่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและพลเรือนสนธิกำลังกันขอคืนพื้นที่การจราจรถนนราชดำเนินในส่วนเชื่อม ต่อสะพานพระราม 8 และสะพานพระปิ่นเกล้า เพราะว่าเมื่อ นปช. ได้ย้ายเวทีไปที่ราชประสงค์แต่ยังคงยึดถนนราชดำเนินทั้งสายเอาไว้ทำให้ ประชาชนฝั่งกรุงเทพฯและฝั่งธนบุรีสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก ศอฉ. จึงจำเป็นต้องขอคืนพื้นที่บางส่วนของถนนราชดำเนินส่วนเชื่อมต่อสะพานพระราม 8 และสะพานพระปิ่นเกล้าเพื่อให้การจราจรคล่องตัวเป็นไปโดยสะดวก โดยไม่ได้เจตนาที่จะเข้าไปยึดหรือรื้อเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศแต่อย่างใด

การปฏิบัติการเริ่มตั้งแต่ 13.00 น.เศษ ก็ได้มีการผลักดันกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม นปช. ซึ่งมีภาพถ่ายที่เห็นได้ชัดที่สะพานมัฆวานรังสรรค์และสะพานชมัยมรุเชฐ โดยไม่ได้มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น

18.00 น. ศอฉ. จึงได้มีคำสั่งการทางวิทยุให้ทุกหน่วยหยุดปฏิบัติการเนื่องจากเห็นว่าเข้า สุ่ห้วงเวลากลางคืนแล้ว และให้รักษาแนวในขณะนั้น คำสั่งดังกล่าวลงวันที่ 10 เม.ย. เวลา 18.15 น. ปรากฎว่าหลังจากนั้นได้มีกองกำลังของฝ่าย นปช. ใช้ความรุนแรงโดยใช้อาวุธยิงเจ้าหน้าที่และปิดล้อมด้านหลังของเจ้าหน้าที่ ศอฉ. จึงได้ออกคำสั่งให้ถอนตัวออกจากพื้นที่ปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 20.20 น. เป็นต้นไป แต่ว่าได้มีกองกำลังติดอาวุธซึ่งสื่อมวลชนเรียกว่ากองกำลังชายชุดดำ ใช้อาวุธสงครามทั้งเอ็ม 16 อาก้า เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ระเบิดขว้างสังหารเอ็ม 67 ยิงใส่เจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย ได้แก่ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ส.อ.อนุพนธ์ ส.ท.อนุพงษ์ ส.ท.ภูริวัฒน์ และพลทหารสิงหา นอกจากนั้นยังีมเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 800 กว่านาย ในจำนวนนี้มี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการ กองพลที่ 2 รักษาพระองค์ถูกยิงขาหักทั้ง 2 ข้าง และมีนายทหารอีกจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีพลเรือนเสียชีวิต 20 คน และบาดเจ้บอีกจำนวนมาก

จนกระทั่ง 23.00 น. การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ศอฉ. และแกนนำของฝ่าย นปช. ได้ตกลงที่จะยุติการเผชิญหน้าด้วยกำลัง ศอฉ. จึงสั่งถอนกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากพื้นที่

ในการสั่งการขอคืนพื้นที่จราจรได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้เฉพาะโล่ กระบอง รถฉีดน้ำ แก๊ซน้ำตาชนิดขว้าง และปืนลูกซองที่ใช้กระสุนยาง อนุญาตให้แต่ละหน่วยมีปืนเล็กยาวประจำกายเอ็ม 16 ไม่เกินหน่วยละ 2 นาย แต่ผู้ใช้ต้องเป็นหัวหน้าหน่วยเท่านั้นและใช้ในกรณีป้องกันชีวิตของเจ้า หน้าที่และประชาชน และมีภาพแสดงการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ ขณะเคลื่อนกำลังก็มีการชี้แจงให้ประชาชนและผู้ชุมนุมทราบโดยใช้เครื่องขยาย เสียงไปตลอดเส้นทาง และมีภาพของทหารตั้งโล่และกระบองเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเริ่มโจมตี และมีเจ้าหน้าที่ประกาศให้ผู้ชุมนุมเข้าใจถึงการใช้ 7 ขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก และมีภาพของเจา้หน้าที่ทหารนำปืนลูกซองสำหรับยิงกระสุนยางแทรกมาในแนวทหาร หลังจากถูกผู้ชุมนุม นปช. ทำร้ายอย่างหนัก

ในคำสั่งปฏิบัติการนั้นได้กำหนดขั้นตอนการตัดสินใจในการสั่งงานเอาไว้ ชัดเจนว่า ผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่สามารถสั่งการตัดสินใจตามสถานการณ์ได้ ถ้าหากจะต้องใช้แก๊ซน้ำตาหรือปืนลูกซองกระสุนยางต้องทำการขออนุญาตกับทาง ศอฉ. ก่อน แต่ในเหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นเร็วมากจึงไม่ได้มีการขออนุญาตมาทาง ศอฉ.

การขออนุญาตการใช้อาวุธปืนและกระสุนปืนจริงเกิดขึ้นเมื่อถูกโจมตีด้วย อาวุธสงครามจากกองกำลังชายชุดดำแล้วมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตแล้ว 5 นาย บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงขออนญาตใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเองและประชาชนในขณะที่มีการถอน กำลังและลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล จึงได้มีการขออนุญาตจาก ศอฉ. และได้อนุญาตตามหลักฐานเอกสาร กห. 0407.45/59 ซึ่งเป็นคำสั่งที่อนุมัติไปทางวิทยุในเวลา 20.30 น. ลงวันที่ 10 เม.ย.2553

ทั้งนี้ได้กำหนดการใช้อาวุธด้วยว่า 1. ใช้ยิงเมื่อปรากฎภัยคุกคามอย่างชัดเจนหรือกลุ่มติดอาวุธคุกคามต่อชีวิตเจ้า หน้าที่หรือประชาชน 2. การใช้อาวุธให้ใช้โดยสมควรแก่เหตุไม่มุ่งประสงค์ต่อชีวิตของเป้าหมาย ให้เล็งส่วนล่างของร่างกายตั้งแต่เข่าลงมา เเพื่อยับยั้งกลุ่มติดอาวุธที่คุกคามเจ้าหน้าที่และประชาชน ไม่ใช้อาวุธต่อเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงและเด็ก

ในการประชุมหรือการออกคำสั่งของ ศอฉ. ไม่มีนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมด้วย มีตนที่เป็นผู้สั่งการกับเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการ ศอฉ. อื่น และไม่ได้รายงานระเอียดลงไปในแต่ละคำสั่ง เพียงแต่รายงานว่ามีเจ้าหน้าที่หรือพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บกี่คน

พระสุเทพ เบิกความด้วยว่า ไม่ทราบรายละเอียดว่าใครเสียชีวิตอย่างไรบ้างนอกจากกรณีของฮิโรยูกิ จากรายงานของพล.ท.อัมพร จารุจินดา ว่าฮิโรยูกิไม่ได้เสียชีวิตจากกระสุนปืนเอ็ม 16 แต่เสียชีิวิตจากกระสุนปืนขนาด 7.62 มม. ซึ่งเป็นกระสุนปืนอาก้า แต่ปืนรุ่นนี้ไม่มีใช้ในหน่วยทหาร

การซักถามของทนายต่อสุเทพเริ่มขึ้นในการสืบพยานช่วงบ่าย โดย พระสุเทพ อธิบายถึงการที่มอบอำนาจของนายกรัฐมนตรีว่า เป็นการออกคำสั่งแต่งตั้งผู้อำนวยการและกรรมการ ศอฉ. ตาม พรก.ฉุกเฉิน และมอบอำนาจหน้าที่ที่โอนจากรัฐมนตรีมาให้กับนายกฯ จากนั้นนายกฯ จึงมอบให้ตนซึ่งเป็นผู้อำนวยการและผู้กำกับการปฏิบัติการใช้อำนาจดังกล่าว อีกที

พระสุเทพ เบิกความว่า ในวันที่ 10 เม.ย. ได้ออกคำสั่งในฐานะ ผอ.ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และพลเรือนร่วมกันเข้าขอคืนพื้นที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์จราจรบนถนนราชดำเนิน ซึ่งในคำสั่งแต่งตั้งส่วนหนึ่งของคำสั่งให้ข้าราชการ ทหารตำรวจ พลเรือนปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การบังคับบัญชาของหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถาน การณืฉุกเฉิน ต่อมาคำสั่งพิเศษที่ 2/2553 นายกฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ตนเป็นผอ.ศอฉ. และหัวหน้าผู้รับผิดชอบและผู้กำกับการปฏิบัติการในเขตท้องที่ที่ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งตนก็ดำรงตำแหน่ง และมีอำนาจในการสั่งการและเป็นผู้ลงนามในคำสั่งให้ทหารตำรวจเข้าปฏิบัติการ ขอคืนพื้นที่

ในวันที่ 10 เม.ย. การขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนินโดยมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ผ่านถ.ตะนาวและ ดินสอ ผ่านสะพานวันชาติ ดงันั้นกำลังทหารก็ต้องยึดพื้นที่ตั้งแต่บริเวณเชิงสะพานวันชาติไปตาม ถ.ดินสอจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ทนายได้ถามว่าในการประชุมดูแลและการกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ศอฉ.และนายกฯ ร่วมอยู่ด้วยตลอดเวลาใช่หรือไม่ พระสุเทพได้ตอบว่าในการประชุมมีตนและคณะกรรมการทั้งหมดอยู่ในที่ประชุมแต่ นายกฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยแต่ว่าบางครั้งนายกฯก็ได้แวะเข้าไปในที่ประชุม เพื่อสอบถามสถานการณ์ราว 1-2 ครั้ง ซึ่งคณะกรรมการได้อยู๋ในห้องประชุมตั้งแต่เช้าวันที่ 10 จนถึงราวเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ซึ่งได้มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่หมดแล้วถึงเลิกการประชุม

การติดตามการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหารจะมีการรายงานเป็นระยะแก่คณะ กรรมการและในที่ประชุมมีโทรทัศน์รับการถ่ายทอดภาพเหตุการณ์บางจุดจากสื่อมวล ชนระหว่างที่มีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

การปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องของฝ่ายยุทธการแล้วก็ รายงานตรงขอตนซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ แต่นายกฯ ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบ

ทนายได้ถามสุเทพว่าทราบถึงเรื่องที่มีการปะทะบนถ.ราชดำเนิน บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการระหว่างผู้ชุมนุมและทหารในช่วงบ่ายวันที่ 10 เม.ย. จนมีเหตุเจ้าหน้าที่ทหารยิงผู้ชุมนุมเสียชีวิตไป 1 รายหรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าเหตุการณ์นี้เห็นภาพจากโทรทัศน์ชัดเจนว่าตั้งแต่บริเวณตั้งแต่หน้า กระทรวงศึกษาธิการ สะพานมัฆวานฯ จนถึงสี่แยก จปร. ตลอดบ่ายมีการผลักดันไปมาระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมไม่มีการยิงกันปราก ฎ กรณีผู้เสียชีวิตที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการทราบเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว 2-3 วัน และตนไม่เห็นว่ามีข่าวชายถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ

ในการปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ใช้กำลังทหารเป็นหลัก แต่มีกำลังของตำรวจประกอบอยู่ด้วย และมีการกำหนดให้สนธิกำลังกันทั้ง 3 เหล่าทัพ กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติและกองกำลังพลเรือนที่ขอมาช่วยปฏิบัติงานใน ศอฉ. ให้ทำงานร่วมกัน ในการออกคำสั่งได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน โล่กระบอง รถฉีดน้ำ แก๊ซน้ำตาชนิดขว้างและปืนลูกซองกระสุนยาง โดยอนุญาตให้แต่ละหน่วยมีเอ็ม 16 แต่ในส่วนของรถลำเลียงพล ตนทราบว่าเมื่อกำลังพลเคลื่อนย้ายมาก็ต้องเอารถลำเลียงพลซึ่งมีอาวุธปืน ประจำรถติดอยู่มาด้วย แต่ไม่ได้มีคำสั่งให้นำรถลำเลียงพลดังกล่าวมาใช้ในการขอคืนพื้นที่

ในการขอคืนพื้นที่บนถ.ดินสอ ช่วงกลางวันจนถึงก่อนเย็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ยึดพื้นที่ถนนดินสอหน้าโรงเรียน สตรีวิทยาจนถึงสะพานวันชาติส่วนฝั่งผู้ชุมนุมอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย โดยการขอคืนพื้นที่นั้นเนื่องจากผู้ชุมนุมได้ยึดถ.ราชดำเนินตลอดสายตั้งแต่ สนามหลวงถึงลานพระบรมรูปทรงม้า แต่เมื่อผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์อีกแห่ง จึงเห็นว่าควรคืนถนนราชดำเนินบางส่วนให้ประชาชนได้ใช้และให้ไปรวมตัวอยู่ที่ เวทีสะพานผ่านฟ้าเท่านั้นไม่ใช้ยึดถ.ราชดำเนินทั้งหมด

ในการขอคืนพื้นที่ได้ใช้วิธีการผลักดันโดยใช้รถกระจายเสียงประกาศให้ไป รวมตัวกันที่สะพานผ่านฟ้าและคืนพื้นผิวการจราจรที่เหลือเพื่อรองรับการจราจร จากสะพานพระราม 8 และพระปิ่นเกล้า การใช้โล่กระบองใช้เมื่อมีการประชาชนไม่ยอมไปแล้วแกนนำปลุกระดมให้มาสู้กับ ทหารมีการผลักดันกัน

ทนายได้ถามว่ามีการใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยแก๊ซน้ำตาในพื้นที่หน้าถ.ดินสอ ด้วยใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าได้สั่งให้ใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยใบปลิวเพื่อให้ประชาชนหยุดทำร้ายเจ้า หน้าที่ แต่เมื่อประชาชนใช้ความรุนแรงขึ้นเจ้าหน้าที่บนเฮลิคอปเตอร์จึงได้ใช้แก๊ซ น้ำตาหย่อนลงไปเพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่แยกห่างออกจากกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการขออนุญาตแล้วและตนก็ได้อนุญาต ก่อนมีการใช้แก๊ซน้ำตาโปรยลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ก็ได้ใช้รถฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม หลายครั้งในวันนั้นแล้ว

หน่วยพลเรือนที่ร่วมสนธิกำลังปฏิบัติการคือ เทศกิจของกรุงเทพฯ ราว 1,000 กว่านาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดนนทบุรี แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริง มีเพียงเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเท่านั้นที่สามารถใช้อาวุธและกระสุนจริงตาม เงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตไว้เท่านั้น

ทนายได้ถามว่าตามหลักสากลได้ห้ามสลายการชุมนุมหรือปฏิบัติการใดๆ กับผู้ชุมนุมตอนกลางคืนใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าในเวลา 18.15 ได้มีการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติการและรักษาแนวพื้นที่ตั้งอยู่ ในเวลานั้น

ทนายถามว่าในคำสั่ง 0407.45/59 นั้นได้มีการอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงด้วยใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าในวันนั้นได้มีการออกคำสั่งขึ้นตามสถานการณ์ เช่น ใน 18.15 ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติการ แต่เมื่อมีกองกำลังชายชุดดำใช้อาวุธสงครามทำร้าย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตอบโต้ได้เพราะกองกำลังชายชุดดำได้ใช้ผู้ชุมนุมเป็นโล่ มนุษย์จึงได้สั่งให้ถอนกำลังออกเวลา 20.20 น. แต่เมื่อถอนกำลังออกแล้วเจ้าหน้าที่ยังถูกโอบล้อมและถูกโจมตีด้วยอาวุธปืน จึงออกคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเองได้ในเวลา 20.30 น. หลังจากที่มีเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย และมีประชาชนเสียชีวิตแล้ว

ทนายถามว่าในการออกคำสั่งให้ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงเพื่อป้องกันตนเอง ได้นั้นต้องยิงตั้งแต่ระดับพื้นถึงระดับเข่าใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าในคำสั่ง 1/2553 ได้มีการออกคำสั่งไว้เช่นนั้น แต่คำสั่งเฉพาะเหตุการณ์ของวันที่ 10 เม.ย. นั้นได้มีการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเองและประชาชน บริสุทธิ์ได้โดยมีหลัการ 2 ข้อ คือ 1. ใช้เมื่อเห็นภัยคุกคามชัดเจน หรือเมื่อกลุ่มติดอาวุธมีท่าทีคุกคามต่อเจ้าหน้าที่หรือประชาชน 2. ใช้ให้สมควรแก่เหตุไม่ประสงค์ต่อชีวิตของเป้าหมาย

ทนายถามสุเทพต่อว่าในวันนั้นทราบข่าวว่ามีนักข่าวถูกยิงที่หน้าอกที่ขั้ว หัวใจด้วยกระสุนนัดเดียวในขณะนั้นนักข่าวกำลังถือกล้องถ่ายทำข่าวหน้า โรงเรียนสตรีวิทยาหรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าทราบข่าวว่ามีนักข่าวญี่ปุ่นถูกยิงเสียชีวิต แต่ข่าวไม่ได้มีรายงานถึงรายละเอียด ทนายได้ถามว่าพระสุเทพไม่เคยสั่งให้ทหารใช้อาวุธปืนยิงผู้ชุมนุมใช่หรือไม่  พระสุเทพ ตอบว่าไม่เคยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ชุมนุม

จากนั้นทนายถามว่าอภิสิทธิ์ ในฐานะนายกฯ ไม่เคยสอบถามว่าเหตุการณ์ตายเกิดเพราะใครอย่างไร และไม่เคยบอกห้ามให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าหลังเกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ได้ให้ดีเอสไอสอบสวนหาสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตทุกราย ทนายถามต่อว่าในวันที่ 10 ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเย็น อภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วยและไม่ได้สอบถามถึงเหตุการณ์เมื่อมีข่าว การยิงและเสียชีวิตของประชาชนและทหารกับสุเทพหรือคณะกรรมการ ศอฉ. เลยใช่หรือไม่ พระสุเทพตอบว่าเมื่ออภิสิทธิ์ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเป็นผู้ รายงานให้อภิสิทธิ์ทราบเองว่าในการขอคืนพื้นที่เกิดเหตุการณ์อะไรบ้างและมี ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และการสั่งถอนกำลังในเวลา 23.00 น.

ทนายถามต่อว่าอภิสิทธิ์ไม่ได้สั่งการใดๆ หรือมีการสั่งห้ามใช้อาวุธใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าไม่ได้สั่งเพราะตนสั่งไปก่อนแล้วว่าห้ามใช้อาวุธกับผู้ชุมนุม แต่ให้ใช้กับกองกำลังติดอาวุธที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนเท่านั้น

ทนายถามต่อว่าในคืนนั้นก่อนที่นายฮิโรยูกิจะถูกยิงเสียชีวิตได้มีการยิง ผู้ชุมนุมที่ถือธงชาติและไม่มีอาวุธเข้าที่ศีรษะก่อนแล้วใช่หรือไม่ พระสุเทพตอบว่าไม่ได้มีการรายงานใครถูกยิงก่อนหลังเนื่องจากเหตุการณ์ยัง ชุลมุนอยู่ เพียงแต่มีรายงานว่ามีทหารและประชาชนถูกยิงกี่รายและเสียชีวิตกี่ราย แม้กระทั่งชื่อผู้เสียชีวิตก็ยังไม่ได้มีการรายงานในคืนนั้น และข่าวการเสียชีวิตทั้ง 3 ในทันทีทั้งในและต่างประเทศตนได้เห็นในภายหลัง ซึ่งที่ตนเห็นทั้งฮิโรยูกิซึ่งเป็นช่างภาพและวสันต์ที่ถือธงชาติทั้งสองคน ไม่ได้ถืออาวุธ

ทนายได้นำภาพถ่ายทหารที่ถืออาวุธปืนในสำนวนให้สุเทพดูแล้วถามว่าทหารหลาย นายที่ถืออาวุธทั้งหมดในภาพไม่ได้เป็นระดับหัวหน้าหน่วยใช่หรือไม่ และมีภาพทหารกำลังใช้อาวุธปืนยิงรวมถึงมีภาพทหารบนรถลำเลียงพลด้วย พระสุเทพ ตอบว่าไม่ทราบว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายที่ไหนและเมื่อไหร่ เพราะตัวตนเองอยู่ที่ ศอฉ. จึงไม่สามารถระบุได้

ทนายถามว่าทราบถึงรายงานข่าวว่ามีการเก็บกระสุนปืนจริงและปลอกกระสุนใช้ แล้วจากถนนดินสอนำมาแถลงข่าวด้วย พระสุเทพตอบว่าไม่ทราบ ทนายถามต่อว่าทราบถึงมีเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงยิงใส่ผู้ ชุมนุมหรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าไม่ทราบ แต่ทราบว่ามีกองกำลังชายชุดดำใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ทหาร ทนายถามอีกว่าทหารได้ใช้อาวุธปืนและกระสุนจริงยิงโต้ตอบกองกำลังดังกล่าว หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่า ได้รับรายงานว่าทหารไม่สามารถยิงโต้ตอบได้เพราะใช้ผู้ชุมนุมเป็นโล่มนุษย์ แต่ได้ใช้อาวุธปืนและกระสุนปืนจริงในตอนที่ถอนกำลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการขออนุญาตใช้อาวุธปืนมาที่ตน แต่จะยิงไปทางไหนบ้างตนไม่ทราบ

ทนายถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่ามีการเบิกกระสุนปืนจริง ระเบิดเอ็ม 79 และระเบิดขว้างเอ็ม 67จากรมสรรพาวุธไปด้วย พระสุเทพ ตอบว่ามีคำสั่งห้ามเด็ดขาดห้ามใช้อาวุธสงครามอย่างอื่นนอกจากอาวุธปืนประจำ ตัวทหารเท่านั้น ไม่มีระเบิดเอ็ม 67 และเอ็ม 79 และตนไม่ทราบว่ามีการเบิกกระสุนหรือไม่ เพราะไม่จำเป็นต้องมีการรายงานมาที่ตนว่าได้เบิกกระสุนไปกี่นัด ซึ่งตนแค่สั่งการในเรื่องหลักการเท่านั้นว่าต้องใช้อาวุธในกรณีไหนบ้างเท่า นั้น

ทนายถามว่าหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค. 2553 แล้วได้มีการสั่งการให้ตำรวจและดีเอสไอสืบสวนสอบสวนใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าใช่และมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลมีผู้ต้องหา 19 คน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาล ทนายถามอีกว่าเคยทราบรายงานการตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุของตำรวจที่พบร่อง รอยกระสุนปืนตามต้นไม้ เสาไฟฟ้าผนังปูนของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่มีทิศการยิงมาจากสะพานวันชาติ ที่ทหารอยู่ พระสุเทพ ตอบว่าไม่เคยเห็นรายงานดังกล่าว และไม่ทราบถึงผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ

ทนายถามสุเทพเกี่ยวกับรายงานที่ใช้อ้างในตอนให้การและให้ไว้กับพนักงาน สอบสวนถึงชายชุดดำที่อยู่ในรถตู้ มีแต่เพียงภาพถ่ายรถตู้แต่ไม่ได้มองเห็นว่ามีชายชุดดำในรถตู้หรือไม่ ใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าภาพเหล่านี้เป็นเอกสารที่ได้จากดีเอสไอซึ่งได้รวบรวมการสอบสวนปราก ฎเป็นสำนวน และได้งข้อหาก่อการร้ายกับผู้ต้องหา 26 คน ซึ่งตนได้อ้างตามการสอบสวนของดีเอสไอทุกอย่าง รวมทั้งภาพรถตู้ที่ถูกบันทึกด้วยกล้องวงจรปิดที่แยกสี่กั๊กในคืนวันที่ 10 เม.ย. ในเวลา 20.00 น. เศษ ภาพรถตู้มี 4 ภาพทั้งภาพตอนขาเข้าและขาออก และมีอีก 1 ภาพเป็นภาพที่มีคนใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 อยู่ข้างรถตู้ สวมหมวกปิดหน้าและมีผ้าผูกแขนสีแดง ซึ่งดีเอสไอระบุว่าเป็นกองกำลังชายชุดดำที่ยิงเจ้าหน้าที่และประชาชนในวัน นั้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าในภาพถ่ายรถตู้นั้นคนในรถเป็นใคร ซึ่งดีเอสไอรายงานแก่ตนว่าเวลา 20.19น. เป็นภาพถ่ายรถตู้ขับเข้าไป และ21.00 น.เป็นเวลาที่รถตู้ขับกลับออกไป ส่วนรถตู้ขับไปส่งที่ใดบ้างนั้นไม่มีรายงาน

ทนายถามว่าเจ้าหนา้ที่ทหารถูกชายชุดดำยิงตอนเวลาเท่าใด พระสุเทพ ตอบว่าได้รับรายงานว่าเกิดเหตุในเวลาราว 2 ทุ่ม แต่ก่อนหน้านั้นก็มีการยิงใส่เจ้าหน้าที่อยู่ตลอด ซึ่งก็ได้มีการอนุญาตใช้อาวุธตอนราว 2 ทุ่มเศษ

ทนายถามต่อว่าหลังเหตุการณ์ยังมีการชุมนุมต่อใช่หรือไม่ แล้วทหารได้กลับที่ตั้ง พระสุเทพ ตอบว่าราว 23.00น. แกนนำได้ประกาศให้ยุติการใช้กำลังต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ทหารจึงได้ถอนกำลังกลับที่ตั้ง

ทนายถามว่าพระสุเทพเกี่ยวกับจำนวนกระสุนจริงที่ใช้ จำนวนกองกำลังและมีหน่วยใดบางในปฏิบัติการ และจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าไม่ได้รับรายงานและไม่ได้มีการสั่งให้รายงาน ในส่วนของจำนวนผู้เสียชีวิตตนได้รับรายงานในวันรุ่งขึ้นจากกระทรวงสาธารณสุข

ทนายถามว่าไม่เคยมีการรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทางการ ญี่ปุ่นใช่หรือไม่ พระสุเทพ ตอบว่าเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เคยเข้าพบอภิสิทธิ์ และตนเพื่อขอให้สืบสวนหาตัวผู้ยิงนายฮิโรยูกิ แต่ไม่เคยชี้แจงให้ทราบว่าใครเป็นผู้ยิงฮิโรยูกิ เพราะคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน ในสมัยที่พยานอยู่ในคณะรัฐบาล ดีเอสไอได้ทำการสอบสวนว่าวันที่ 10 เม.ย. มีการเสียชีวิตใดบ้างทั้งที่เกิดจากผู้ก่อการร้ายชายชุดดำ และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเคยเร่งรัดให้ดีเอสไอสืบสวนสอบสวน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานที่สมบูรณ์

เมื่อการสืบพยานเสร็จสิ้นศาลได้นัดฟังคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพของผู้ เสียชีวิตทั้ง 3 คน ในวันที่ 30 เม.ย. 2558 โดยศาลให้เหตุผลว่าช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ศาลมีคดีที่ต้องพิจารณาเป็นจำนวนมากและในคดีนี้มีข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา เป็นจำนวนมาก

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2014/12/22/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%94/

ทิศทางเสรีไทย บนเวทีนานาชาติ: บทสัมภาษณ์เลขาธิการเสรีไทย คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 21 ธ.ค. 2557

21 ธันวาคม 2557

โดย ดร.เพียงดิน รักไทย

คำถามหลัก: เสรีไทยมีเป้าหมายใด จะบอกอะไรกับผู้นำโลก หวังผลได้แค่ไหน ประชาชนฝากความหวังได้หรือไม่

ประชาชนไทยจะช่วยแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างไร? ************************* มหาวิทยาลัยประชาชน และเครือข่าย

สนับสนุนการเผยแพร่ เพื่อให้ความรู้และตีแผ่ความจริง เพื่อสร้างสำนึกการปฏิวัติสู่การเป็นประชาธิปไตย

ด้วยสันติวิธี Truth, Peace, Revolution, Universal Human Rights, Democracy

 

 

 

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2014/12/22/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99/

เรื่องข้าวสองมาตรฐาน

โดย หมัดเหล็ก 22 ธ.ค. 2557 05:01

 

การทุจริต โครงการรับจำนำข้าว ถูกดำเนินการไปตามขั้นตอนระหว่าง อัยการสูงสุดกับ ป.ป.ช. ที่ยังมีความเห็นด้านข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงเรื่องนี้ว่า พบความเสียหาย ความผิดปกติ และข้าวผิดชนิด ทำให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าถึง 6.8 แสนล้าน และจะดำเนินการฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่า ปัจจุบัน ราคาข้าวเปลือกต่ำลง เหลือเพียงตันละประมาณ 8,500 บาท นอกจากนี้ ยังมี ข้าวที่ค้างอยู่ในสต๊อก อีกประมาณ 17 ล้านตันอยู่ในระหว่างที่จะระบายออกสู่ตลาดต่อไป ในเบื้องต้น รัฐบาลจีนมีข้อตกลงในการรับซื้อข้าวระบบจีทูจีกับรัฐบาลไทยแล้วเป็นจำนวน 2 ล้านตัน

ก็แปลว่าข้าวในสต๊อกที่เหลืออยู่อีก 17 ล้านตันถ้าขายได้ทันเวลาก็จะลดความเสียหายได้อีกเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ชาวนาอยู่ในสถานะที่ลำบากเพราะขายข้าวไม่ได้ราคามีผลกระทบตามมาในเรื่อง เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศเพราะกำลังซื้อลดลง ชาวนาก็เดือดร้อน เป็นหนี้เป็นสินต่อไปตามระเบียบ

เรื่องของการเยียวยาเกษตรกรไม่ว่าวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่แต่ละรัฐบาล ดำเนินการตามนโยบาย ต้องแยกจากการทุจริต ให้ชัดเจน ถ้าต้องเยียวยาเกษตรกรชาวไร่ชาวนาแล้ว ไม่ถือว่าเป็นความเสียหาย เพราะรัฐเอาเงินไปอุ้มราคาน้ำมัน อุ้มราคาแก๊ส หรือบางยุคไปอุ้มคนรวยล้มบนฟูก ผลาญเงินไปไม่รู้เท่าไหร่

และควรจะทำเรื่องเหล่านี้ไว้ให้เป็นมาตรฐานด้วย

มีการยื่นถอดถอน พรทิวา นาคาศัย อดีต รมว.พาณิชย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว และ มนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในข้อหากระทำผิดต่อตำแหน่ง เกี่ยวกับการอนุมัติจำหน่ายข้าวสารในสต๊อก ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และไม่อนุมัติขายข้าวให้ บริษัท วุฒิกวี และบริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น ทั้งที่อยู่ในกลุ่มผู้เสนอราคาสูงสุด

ทำให้ ป.ป.ช.มีเหตุอันชวนสงสัยว่า กรณีปรับเปลี่ยนวิธีการระบายข้าวสารให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่าง ประเทศ โดยไม่มีการออกประกาศเชิญชวน เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการบางราย กรณีการอนุมัติให้ขายราคาข้าวในสต๊อกต่ำกว่าราคาตลาดทำให้รัฐเสียหาย กรณีอดีตรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวและอดีตอธิบดีกรมการค้าภายในดำเนิน การในทางลับ และกรณีพรทิวามีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด มีการนำแคชเชียร์เช็คเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของวิทยาลัยโปลี เทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาวางค้ำประกันกับ อ.ต.ก. ในที่สุด ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นการทำตามกระบวนการ ไม่พบมีมูลความผิด

ต่างกับกรณีโครงการรับจำนำข้าวผิดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำอะไรคือมาตรฐาน.

หมัดเหล็ก

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2014/12/22/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99/

Older posts «

Fetch more items