Time in Bangkok

เปิดอัตราค่าเช่านาใหม่ ยุค “คสช.” เมื่อ”นายทุน” รับคำสั่งลดราคาไร่ละ 200 บ.?

วันพุธ, กรกฎาคม 01, 2558

 

"…แจ้งให้ผู้เช่านาและผู้ให้เช่านาทราบอัตราค่าเช่าขั้นสูงที่ คชก. ตำบล กำหนด ในฤดูการผลิตปี 2558/59  และแจ้งบทกำหนดโทษ หากมีการเรียกหรือรับค่าเช่านาเกินกว่าอัตราขั้นสูงที่ คชก. ตำบล กำหนด จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ…"

piuuddddsssss

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่าน มีนโบายสำคัญอย่างหนึ่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งตรงลงมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็ว 

นโยบายที่ว่า คือ การสั่งลดค่าเช่าที่ดินไร่ละประมาณ 200 บาท สำหรับการปลูกข้าว ให้กับชาวนาผู้ยากไร้

น่าสนใจว่า นโยบายนี้ มีผลในทางปฏิบัติเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่   

ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบผลสรุปการดำเนินการลดค่าเช่านา ปีการผลิต 2557/2558 และแนวทางการดำเนินการควบคุมค่าเช่านา ปีการผลิต 2558/59 ของกระทรวงมหาดไทย ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายลดค่าเช่าน่าลงไม่ต่ำกว่าไร่ละ 200 บาท ดังกล่าว 

กระทรวงมหาดไทย สรุปการดำเนินการ ดังนี้ 

1. ผู้เช่านา มีจำนวน 380,965 ราย

2. ผู้ให้เช่านา มีจำนวน 411,517 ราย 

3. อัตราค่าเช่านาก่อนการดำเนินการลดค่าเช่าเช่าตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีดังนี้ 

ภาคกลาง อัตราค่าเช่านาไร่ละ 1,000-2,000 บาท 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อัตราค่าเช่านาไร่ละ 1,000-1,200 บาท 

ภาคเหนือ อัตราค่าเช่านาไร่ละ 1,000-1,800 บาท 

ภาคใต้ อัตราค่าเช่านาไร่ละ 1,000 บาท 

4. คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล (คชก.ตำบล) ประกาศลดค่าเช่านา สรุปผลรายภาค ดังนี้ 

ภาคกลาง ลดอัตราค่าเช่านาเหลือไร่ละ 1,000-1,500 บาท 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดอัตราค่าเช่านาเหลือไร่ละ800-1,200 บาท 

ภาคเหนือ ลดอัตราค่าเช่านาเหลือไร่ละ  800-1,200 บาท 

ภาคใต้ ลดอัตราค่าเช่านาเหลือไร่ละ 800 บาท

กระทรวงมหาดไทย ยังระบุด้วยว่าผลจากการดำเนิน มีประเด็นสำคัญดังนี้ 

1. สามารถเจรจาลดเพื่อลดค่าเช่านาลงได้ทุกราย จำนวน 380,965 ราย 

2. สามารถลดค่าเช่านาลงได้ เฉลี่ยไร่ละ 200-816 บาท 

3.เกษตรได้รับการลดค่าเช่านาลงเฉลี่ยรายละ 631-22,238 บาท

4.จำนวนเงินที่สามารถเจรจาลดค่าเช่านาได้ 342,139,308 บาท 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คสช. ได้รับการร้องเรียนว่า ชาวนาถูกเอาเปรียบจากนายทุนเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา ค่าเช่านาปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดจาก 500 – 1,000 บาท ต่อไร่ต่อปีมาเป็น 1,000 – 2,000 บาทต่อไร่ต่อการทำนา 1 รอบ ซึ่งในเบื้องต้นชาวนาพอใจค่าเช่าไม่เกิน 1,000 บาท ต่อไร่ต่อ 1 รอบ ซึ่งเดิมที่ค่าเช่าพื้นที่คิดเป็นปี แต่ปรับขึ้นในช่วงโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตัน ทำให้เจ้าของที่ดินฉวยโอกาสเพิ่มค่าเช่าด้วย ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ราวๆ 1,000-2,000 บาท ต่อไร่ต่อการทำนา 1 รอบ

เบื้องต้น  กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดแนวทางการควบคุมและลดค่าเช่านาในปีการผลิต 2558/59 ต่อเนื่องจากปีการผลิต 2557/58 ไว้ดังนี้ 

1.แจ้งจังหวัดให้จัดประชุมนายอำเภอและเกษตรอำเภอเพื่อทบทวนผลการดำเนินการควบคุมค่าเช่านา ในฤดูการผลิตที่ผ่านมา หากพบว่าในพื้นที่ยังมีการเรียกเก็บค่าเช่านาไม่เป็นไปตามอัตรา คชก. ตำบลที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลกำหนด ให้จังหวัดกำหนดมาตรการควบคุมค่าเช่านาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524

2. ทบทวนบัญชีรายชื่อผู้เช่านาและผู้ให้เช่านาให้เป็นปัจจุบัน

3. ตรวจสอบการจ่ายค่าเช่านาในรอบปีที่ผ่านมา (ฤดูการผลิต 2557/58) หากพบว่ามีการเรียกเก็บค่าเช่านาเกินกว่าที่ คชก. ตำบล กำหนด ให้ คชก. ตำบลแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ให้เช่าทุกราย

4. แจ้งให้ผู้เช่านาและผู้ให้เช่านาทราบอัตราค่าเช่าขั้นสูงที่ คชก. ตำบล กำหนด ในฤดูการผลิตปี 2558/59  และแจ้งบทกำหนดโทษ หากมีการเรียกหรือรับค่าเช่านาเกินกว่าอัตราขั้นสูงที่ คชก. ตำบล กำหนด จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

5. กำหนดช่องทางการร้องเรียน ร้องทุกข์และประชาสัมพันธ์ให้แก่ผู้เช่านาและผู้ให้เช่านาทราบทุกราย

6.  ดำเนินการควบคุมค่าเช่านาทุกรายในพื้นที่ให้มีการเช่านาในอัตราที่เหมาะสม และไม่เกินอัตราค่าเช่าขั้นสูงที่ คชก. ตำบล กำหนด

7. มอบหมายให้ คชก. ตำบล ชุดปฏิบัติการประจำตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ติดตามตรวจสอบและควบคุมการเช่านาในพื้นที่ให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย พร้อมจัดทำป้ายแสดงอัตราค่าเช่านาประจำตำบลให้ประชาชนทราบอย่างน้อย จำนวน 1 ป้าย

ทั้งหมดนี้ คือ ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการคุมเข้มปัญหาค่าเช่านา ภายใต้การบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 

ซึ่งต้องบอกว่า ได้ผลดีในระดับที่น่าพอใจ ส่วนหลังจากนี้ จะมีผู้ให้เช่ารายใด "ลักไก่"  ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม และถูกลงโทษทางกฎหมายเป็นรายแรกหรือ ไม่

ต้องจับตาดูกันต่อไปแบบยาวๆ ? 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2015/06/30/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/

ร้องนายกฯ-สกอ.สอบอธิการฯ ม.พระนคร สั่งพักงานมิชอบ -อ้างรู้เห็น‘จัดซื้อจัดจ้าง’

วันพุธ, กรกฎาคม 01, 2558

 

ผอ. ศูนย์วัฒนธรรม ส่งหนังสือร้องนายกฯ-สกอ. ถูกอธิการฯ มรภ.พระนคร สั่งพักงาน มิชอบ อ้างรู้เห็นปมจัดซื้อจัดจ้าง ใช้วิธีพิเศษ 2 ล้านใน 3 วัน ทั้งที่บอร์ดให้อยู่ต่อ เตรียมยื่นร้อง รมว.ศึกษา  ดร.พงศ์นัดแจง 2 ก.ค. 

puuefwaassfffff

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.58 ดร.ภานุวัชร รุ่งมรกต ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ได้เขียนหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน ร้องเรียนว่าถูก ดร.พงศ์ หรดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร มีคำสั่งพักงาน ทั้งที่ คณะกรรมการบริหารศูนย์วัฒนธรรมได้มีมติให้ต่อสัญญาจ้างอีก 1 ปี (1 พ.ค.58-30 เม.ย.59)

โดยผู้ร้องให้เหตุผลว่า เป็นเพราะผู้ร้องรู้เรื่องกรณีการทุจริตภายในมหาวิทยาลัย จึงร้องเรียนขอความธรรม ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยไม่ได้จ่ายเงินมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว

หนังสือร้องเรียนระบุว่า มหาวิทยาลัยมีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างหลายรายการ กรณีการจ้างเอกชนมาบริการรับจ้างทำความสะอาด โครงการฝึกประสบการณ์พระนครแกรนด์วิว มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยใช้วิธีพิเศษ ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 3 วัน กรณีการจ้างเอกชนบริการทำความสะอาดโครงการอาคารเรียนรวมและศูนย์วัฒนธรรม (อาคารพุทธวิชชาลัย) เดิมจ้างเอกชนเดือนละ 97,644 บาท ปรากฏว่าจ้างเอกชนรายใหม่เดือนละ 120,000 บาท แพงกว่าเดิมเดือนละกว่า 22,356 บาท

กรณีดังกล่าวผู้ร้องได้ท้วงติง ผ่าน คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน กรรมการบริหารศูนย์วัฒนธรรม เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.58 ต่อมา วันที่ 3 มิ.ย.58 ถูกคำสั่งพักงานทันที พร้อมทั้งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนกล่าวหาบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งเป็นการจงใจให้ผู้ร้องออกจากตำแหน่ง

ในท้ายหนังสือระบุว่า ขอให้นายกฯตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นตรวจสอบระบบบัญชีเข้าออกทั้งระบบ เนื่องจากจากหน้านี้มีพนักงานมหาวิทยาลัยทำหนังสือถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอให้ตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายของมหาวิทยาลัยย้อนหลัง แต่ผู้บริหารกลับมิได้ดำเนินการแต่อย่างใด 

ดร.ภาณุวัชร รุ่งมรกต เปิดเผยสำนักข่าวอิศราเพิ่มเติมยอมรับว่าได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อนายกฯกรณีถูกผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีคำสั่งพักงานอย่างไม่เป็นธรรมจริง เพราะได้รับความเดือดร้อน และได้ร้องเรียนต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้ตรวจสอบ กรณีของการถูกสั่งพักงานนั้นได้ฟ้องร้องต่อศาลแรงงานไปแล้ว และกำลังจะร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาด้วย 
ดร.ภาณุวัชร กล่าวถึงสาเหตุที่ถูกสั่งพักงาน เป็นเพราะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีนโยบายเข้ามาบริหารจัดการศูนย์วัฒนธรรมพระนคร และพื้นที่ ในเชิงธุรกิจมากขึ้น ซึ่งอาจขัดกับวัตถุของมหาวิทยาลัยที่ต้องพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา  และในช่วงที่ ดร.ภาณุวัชรเป็นผู้อำนวยการได้สร้างรายได้ของศูนย์ฯจากเดิมไม่กี่แสนบาท เป็นปีละนับสิบล้านบาท และเมื่อสั่งพักงานก็ส่งผู้บริหารคนใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ทันที 

“ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งพักงาน ยืนยันจะต่อสู้และเปิดเผยข้อเท็จจริงโดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการ อาจจะมีเงื่อนงำ ที่ผ่านมาคนในมหาวิทยาลัย ไม่มีใครกล้าต่อสู้ เพราะกลัว”ดร.ภาณุวัชรกล่าว และว่า

้นอกจากนี้ เมื่อวันที่  9 มิ.ย.58 ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวัน ต่อพนักงานสอบสวน  สถานีตำรวจนครบาล บางเขน กรุงเทพฯ (สน.บางเขน) กรณีถูก รักษาการ ผอ.คนใหม่ได้แจ้งให้ขนย้ายสิ่งของสัมภาระออกจากห้องทำงาน ภายใน 12 มิ.ย.58 มิฉะนั้นจะเอาคนมารื้อและปิดห้องทำงาน  จึงแจ้งความเพื่อต้องการรักษาสิทธิ์ เนื่องจากถูกอธิการบดีสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ เป็นคำสั่งที่มิชอบ 

(ดูเอกสารประกอบ)

piyttreddsdsdsdsd

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 เม.ย.57 บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครส่งหนังสือร้องเรียนถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายกสภามหาวิทยาลัย กรณีปัญหาการบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้างในมหาวิทยาลัยหลายโครงการ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีว่าจ้างเอกชนทำความสะอาดนั้น จากการตรวจสอบพบว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ทำสัญญาว่าจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) กำแพงเพชร คลีนนิ่ง เซอร์วิส ทำความสะอาดอาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพ พระนครแกรนด์วิว อาคาร 16 วงเงิน 2,250,000 บาท เมื่อ 3 ธ.ค.57 (สัญญาที่ พน.จ 11/2558-4)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 30 มิ.ย.58 ได้พยายามติดต่อไปยัง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอธิการฯติดประชุม 

ล่าสุด ได้รับการประสานงานจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยฯ ว่า ต้องการให้มาพบและสัมภาษณ์อธิการบดีโดยตรง แทนการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดวันนัดหมายที่ 2 ก.ค.58 นี้ 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2015/06/30/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%af-%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%af/

ป.ป.ช.ตั้งอนุฯสอบปมซื้อมันเส้นจีทูจียุค“ปู”-“บุญทรง-วีระวุฒิ-มนัส”เอี่ยวด้วย

วันพุธ, กรกฎาคม 01, 2558

 

ป.ป.ช. ตั้งอนุฯลุยไต่สวนปมซื้อมันสะปะหลังจีทูจียุค “ยิ่งลักษณ์” ส่อเก๊-เอื้อเอกชน พบ “บุญทรง-วีระวุฒิ-มนัส” เอี่ยวด้วย "บิ๊กกรมการค้าต่างประเทศ" ไม่รอด “เอกชนไทย-จีน”โดนเพียบ

PIC nacc 30 6 58 3

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2558 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติไต่สวนข้อเท็จจริง และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 31 ราย กรณีการซื้อขายมันสำปะหลัง (มันเส้น) ในรูปแบบสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หรือไม่ 

โดยกรณีนี้สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการทำสัญญา ซื้อขายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง จำนวนรวม 7 สัญญา ปริมาณรวม 4,790,000 ตัน จำนวนเงินรวม 30,642,500,000 บาท ได้แก่

โครงการฯ ปี 2554/2555 จำนวน 4 สัญญา แบ่งเป็น 

สัญญาที่ 1/2012 กับบริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company ระบาย มันสำปะหลังเส้น ปริมาณ 1,000,000 ตัน จำนวนเงิน 5,200,000,000 บาท 
สัญญาที่ 2/2012 กับบริษัท Hainan Grain Warehousing Industrial Corporation ระบาย มันสำปะหลังเส้น ปริมาณ 500,000 ตัน จำนวนเงิน 2,625,000,000 บาท 
สัญญาที่ 3/2012 กับบริษัท Hainan Grain Warehousing Industrial Corporation ระบาย แป้งมันสำปะหลัง ปริมาณ 500,000 ตัน จำนวนเงิน 5,200,000,000 บาท 
สัญญาที่ 4/2012 กับบริษัท Hainan Grain and Oil Industrial Trading Company ระบาย มันสำปะหลังเส้น ปริมาณ 700,000 ตัน จำนวนเงิน 3,675,000,000 บาท

โครงการฯ ปี 2555/2556 จำนวน 3 สัญญา

สัญญาที่ 1/2013 กับบริษัท Hainan Grain Warehousing Industrial Corporation ระบาย มันสำปะหลังเส้น ปริมาณ 1,350,000 ตัน จำนวนเงิน 6,885,000,000 บาท
สัญญาที่ 2/2013 กับบริษัท Hainan Grain Warehousing Industrial Corporation ระบาย มันสำปะหลังเส้น (โครงการฯ 2551/2552) ปริมาณ 150,000 ตัน จำนวนเงิน 420,000,000 บาท 
สัญญาที่ 3/2013 กับบริษัท Hainan Province Grain and Oil Trading Company ระบาย แป้งมันสำปะหลัง ปริมาณ 590,000 ตัน จำนวนเงิน 6,637,500,000 บาท

อย่างไรก็ดีบริษัทที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะตัวแทนของราชอาณาจักรไทย ไม่ใช่บริษัทที่ได้รับมอบหมายหรือรับมอบอำนาจจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยการกระทำนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเอื้ออำนวยหรือช่วยเหลือให้บริษัทดังกล่าวได้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งหมายหรือหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ประกอบกับการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องของราคาที่ซื้อขาย 

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ได้ให้ความเห็นชอบในราคาตามข้อเสนอของบริษัท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าข้อเสนอของฝ่ายไทย เว้นแต่สัญญาที่ 2/2013 ซึ่งเสนอราคาเท่ากันทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน การกระทำดังกล่าวจึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และประเทศชาติอย่างร้ายแรง

กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า

กลุ่มที่ 1 ผู้เจรจา ผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ผู้ลงนามในสัญญา และผู้เกี่ยวข้องกับซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ได้แก่ 

(1) นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
(2) พันตรี วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
(3) นายมนัส สร้อยพลอย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
(4) นางปราณี ศิริพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
(5) นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
(6) บริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company
(7) Mr. Chen Houpeng ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company
(8) บริษัท Hainan Grain Warehousing Industrial Corporation
(9) Mr. Xing Gucun ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company
(10) บริษัท Hainan Grain and Oil Industrial Trading Company
(11) Mr. Lin Haihui ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท Hainan Grain and Oil Industrial Trading Company

กลุ่มที่ 2 ผู้รับมอบอำนาจ ผู้แทนนิติบุคคลของผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากบริษัทที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ เจ้าของเงินที่เกี่ยวข้องกับการชำระค่ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และผู้มีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าว ได้แก่

(1) บริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด
(2) นายชู หมิง เช็น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด
(3) นางสาวลิอุ ยุก หมิง ไอลีน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด
(4) นายชู หมิง คิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด
(5) นายสุธี เชื่อมไธสง 
(6) Miss Chen Yifan
(7) บริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
(8) นางสาวอารยา กำปั่นแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
(9) นายสุมนต์ เสรีธรณกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน
(10) นายสรัญ เสรีธรณกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
(11) นายสิรินทร์ เสรีธรณกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
(12) นายสราวุธ เสรีธรณกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
(13) นางสาวเรณู รักแม่
(14) Ms. Liang Jinmei
(15) บริษัท เอส บี พรีเมียร์ โปรดักส์ จำกัด 
(16) นายสมบูรณ์ วัฒนวานิชย์กุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทเอสบี พรีเมียร์ โปรดักส์ จำกัด
(17) นายลิตร พอใจ
(18) บริษัทสุวรรณเกลียวทอง จำกัด
(19) นายจักรพงศ์ ปิติพรสัมฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทสุวรรณเกลียวทอง จำกัด
(20) นายสมคิด เอื้อนสุภา

ร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 

จึงมีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามหมวด 4 ว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2015/06/30/%e0%b8%9b-%e0%b8%9b-%e0%b8%8a-%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%af%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/

Older posts «

Fetch more items