‘ปึ้ง’จี้ รบ.เรียกเก็บภาษีเชฟรอน ให้เกิดความชัดเจน

สุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล

“ปึ้ง” จี้ รบ.เรียกเก็บภาษีเชฟรอน ให้เกิดความชัดเจน

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือแจ้งไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เรื่องการเรียกเก็บภาษีกรณีการค้าชายฝั่ง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 ตามหนังสือ ที่ ตผ 0042/3845 และ ที่ ตผ 0042/3840 ว่าการที่กระทรวงการคลัง ไม่ได้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มในการที่มีการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากท่าเรือของบริษัท สตาร์ ปิโตเลี่ยม จ.ระยอง ไปยังแท่นขุดเจาะที่อยู่ห่างจากชายฝั่งเกิน 60 ไมล์ทะเล โดยถือว่าเป็นการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น และกรมศุลกากรก็ได้เคยตอบข้อหารือไปถึงกรรมการผู้จัดการบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ไปแล้วด้วยนั้น ซึ่งจากการพิจารณาข้อเท็จจริง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบและเห็นว่า การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปถึงแท่นขุดเจาะดังกล่าวนั้น ไม่ถือว่าเป็นการส่งออกน้ำมันไปนอกราชอาณาจักร แต่ให้ถือว่าเป็นการค้าขายชายฝั่งตามปกติที่จะต้องเสียภาษีอากรตามความเห็นของที่ประชุม 3 ฝ่าย คือ กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า และยังพบอีกว่า ในเมื่อบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ได้รับสัมปทานการขุดเจาะน้ำมันจากรัฐบาลไทย ก็ย่อมถือว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลนี้ ตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย จึงถือว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ดังนั้น การค้าขายจึงถือว่าเป็นการค้าขายชายฝั่ง ไม่ใช่เป็นการส่งออกที่พึงจะได้รับการยกเว้นภาษีอากร ดังความและรายละเอียดแจ้งไปแล้วนั้น และเพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการต่างประเทศ ด้านการคลังคือการจัดเก็บเงินภาษีอากรเข้ารัฐ ด้านธรรมาภิบาลคือความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสของข้าราชการ และด้านหลักนิติรัฐนิติธรรมคือความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย ของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศนั้น จะมีความอ่อนไหวอย่างมากในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล จึงอยากขอเรียกร้องให้รัฐบาลรีบดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และนำเงินภาษีอากรของแผ่นดินกลับคืนสู่คลังหลวงเป็นการด่วนด้วย พร้อมเรียกความเสียหายของรัฐกลับคืนมาและเอาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กระทำความผิดมารับโทษชดใช้ความเสียหาย และเรื่องนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ก็ได้ร้องเรียนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา หวังว่านายกฯ คงจะไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ควรต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้นายอภิศักดิ์เรียกเก็บภาษีที่ต้องสูญไปกลับคืนให้แก่รัฐโดยด่วน และเอาความผิดกับข้าราชการทุกคนที่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องทำให้รัฐสูญเสียรายได้ มารับผิดชอบชดใช้ความเสียหายด้วย เพราะเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2016/11/15/%e0%b8%9b%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2/

‘เดียร์’ สวนคนวิจารณ์’ยิ่งลักษณ์’ ถ้าช่วยชาวนาได้ดีกว่าก็รีบทำ

ขัตติยา สวัสดิผล

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงการขายข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เพื่อช่วยระบายข้าว ให้ชาวนาได้เจอกับผู้บริโภคโดยตรงโดยไม่ผ่านคนกลาง ปริมาณข้าวที่นำมาขายถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณข้าวทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาด จึงไม่ทำให้กลไกราคาตลาดเสีย ทำเพื่อชาวนา อีกทั้งหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือชาวนาแล้ว เหมือนเป็นแรงผลักดันให้หลายๆ ภาคส่วนที่กลัวน้อยหน้า ต้องรีบหาวิธีเพื่อช่วยเหลือชาวนาเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลทหารหรือพรรคประชาธิปัตย์

“คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถ้าท่านมีวิธีที่ช่วยชาวนาได้ดีกว่านี้ และชาวนาได้รับประโยชน์สูงสุด ก็ให้รีบทำ หรือแท้ที่จริงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันนั้นเพราะต้องการแสดงถึงความอิจฉาริษยาที่มีต่อนายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน และยังคงเป็นที่รักของคนไทยจำนวนมาก” น.ส.ขัตติยากล่าว

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2016/11/15/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%a2/

ไทยเจ้าภาพประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินระดับโลก ยันไทยตรวจสอบเข้ม แม้ถูกติงไม่ใช่ ปชต.

22

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 “รักษเกชา” เชื่อทั่วโลกยังมั่นใจว่าไทยมีการตรวจสอบที่เข้มข้น ท่ามกลางบรรยากาศประเทศที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็น ปชต.

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มีการแถลงข่าวเรื่องการประชุมระดับโลกของสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 โดย พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงว่าการจัดการประชุมนี้ 4 ปีจะจัด 1 ครั้ง โดยครั้งนี้ไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมกว่า 114 องค์กรจาก 6 ภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งในวันนี้ได้มีการประชุมบอร์ดของทุกภูมิภาคประมาณ 30 กว่าคน เพื่อกำหนดนโยบายและพัฒนาการของผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมถึงการบริหารเงินเพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากนี้ยังต้องรายงานความก้าวหน้าของงานที่ทำตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เช่น รายงานการรับสมาชิกเพิ่ม ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ การประชุมนี้ประชุมเพื่อเตรียมการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 16 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งตนจะได้ขึ้นร่วมพูดบนเวทีเรื่องวิวัฒนาการของผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย

พล.อ.วิทวัสกล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้ในอนาคตนั้น ได้มอบอำนาจให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ว่าทำตามหมวด 5 ว่าด้วยการหน้าที่ของรัฐครบถ้วนหรือไม่ เช่น ความเหมาะสม ความพอเพียง การศึกษา สาธารณูปโภค การรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปราบปรามและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ใหม่ที่เราต้องศึกษาข้อมูลจากประเทศต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ การจัดการประชุมในครั้งนี้เราคาดหวังว่าการออกกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งและสมบูรณ์ และเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ทางวิชาการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินแต่ละภูมิภาคจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ร่วมกัน

ด้านนายจอร์น อาร์. วอร์เตอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐนามิเบีย ดำรงตำแหน่งประธานสถาบันผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลไทยและผู้ตรวจการแผ่นดินที่เตรียมการไว้อย่างดี ทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับการจัดการประชุมครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางด้านวิชาการและเทคนิคระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ อยากเห็นการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องมีความใสสะอาด สามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้ทุกขั้นตอนและมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในประเทศสมาชิก เพราะประชาชนมีสิทธิอย่างมากที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ขณะที่นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า เป็นเกียรติของประเทศที่ได้จัดการประชุมเป็นประเทศแรกในเอเชีย อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศประเทศที่ถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ก็ได้เกียรติจากผู้แทนของนานาประเทศทั่วโลกมาร่วมประชุม ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าเขายังเชื่อมั่นว่าไทยยังมีการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเข้มข้น

 

Permanent link to this article: http://npcusa.info/2016/11/15/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7/

Older posts «

Fetch more items